HPV DNA กับ Pap smear: ตรวจปากมดลูกต่างกันอย่างไร
การคัดกรองมุ่งค้นหารอยโรคก่อนมะเร็ง ช่วงอายุและรอบตรวจต้องอิงแนวทางไทยและประวัติแต่ละคน
ปรับปรุง 06/10/2026 • เวอร์ชัน 1
ตรวจเพื่อค้นหาความเสี่ยงก่อนมีอาการ
HPV test ตรวจหาเชื้อชนิดเสี่ยงสูง ส่วน Pap smear ตรวจลักษณะเซลล์ปากมดลูก การตรวจทั้งสองร่วมกันเรียกว่า cotest เป้าหมายสำคัญคือพบรอยโรคก่อนมะเร็งเพื่อให้ดูแลได้ทันเวลา
ไม่ได้ตรวจถี่เท่ากันทุกคน
อายุ วิธีตรวจ และช่วงห่างขึ้นกับแนวทางที่ใช้ ประวัติผลตรวจ และสุขภาพ ผู้ที่เคยมีผลผิดปกติ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเคยเป็นมะเร็งปากมดลูกอาจต้องติดตามต่างจากการคัดกรองทั่วไป บทความนี้ไม่ใช้ช่วงอายุของต่างประเทศแทนเกณฑ์บริการไทย
หลังตัดมดลูกยังต้องตรวจหรือไม่
ถ้ายังมีปากมดลูกอยู่ มักยังต้องคัดกรองตามแนวทาง หากตัดทั้งมดลูกและปากมดลูกแล้ว ให้พิจารณาเหตุที่ผ่าตัดและประวัติรอยโรคหรือมะเร็งร่วมด้วย ไม่ควรหยุดตรวจเองโดยทราบเพียงว่าตัดมดลูกแล้ว
- ขอวันนัดรับผลและนัดถัดไปให้ชัดเจน
- แจ้งผลผิดปกติและการรักษาเดิมแก่หน่วยบริการ
- แม้ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังตรวจตามคำแนะนำ
หากมีเลือดออกผิดปกติหรืออาการอื่น ให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัย ไม่รอรอบคัดกรองครั้งหน้า
แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
- Cervical Cancer Screening ↗National Cancer Institute (NCI), NIH, สหรัฐอเมริกา • เข้าถึง 2026-10-06
สรุปเรียบเรียงภาษาไทยเพื่อการเรียนรู้; ไม่ใช่การรับรองโดยองค์กรต้นทางหรือแพทย์ของเว็บไซต์ | ช่วงอายุและรอบตรวจในต้นฉบับเป็นแนวทางสหรัฐฯ; บทความไม่ใช้แทนแนวทางไทย
- Cervical cancer ↗World Health Organization (WHO) • เข้าถึง 2026-10-06
สรุปเรียบเรียงภาษาไทยเพื่อการเรียนรู้; ไม่ใช่การรับรองโดยองค์กรต้นทางหรือแพทย์ของเว็บไซต์ | ข้อเท็จจริงและหลักการป้องกัน; จำนวนเข็มและสิทธิรับวัคซีนต้องตรวจตามโครงการไทย
ช่วยให้ข้อมูลดีขึ้น
พบข้อมูลผิดหรือแหล่งอ้างอิงมีปัญหา? แจ้งผู้จัดทำได้ที่นี่ กรุณาไม่ส่งชื่อผู้ป่วย ผลตรวจ หรือข้อมูลส่วนตัว