ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก: ฮอร์โมน น้ำหนัก และพันธุกรรม
รู้ปัจจัยเสี่ยงเพื่อปรึกษาแพทย์และสังเกตอาการ ไม่ใช้ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งตัดสินว่ามีหรือไม่มีมะเร็ง
ปรับปรุง 06/10/2026 • เวอร์ชัน 1
ความเสี่ยงไม่ได้เท่ากับการวินิจฉัย
คนที่มีปัจจัยเสี่ยงอาจไม่เป็นมะเร็ง และคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่ทราบก็อาจเป็นได้ การตรวจอาการผิดปกติยังสำคัญเสมอ โดยเฉพาะเลือดออกหลังหมดประจำเดือน
ปัจจัยที่แพทย์อาจสอบถาม
- ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวบางชนิด ซึ่งยังไม่ใช่มะเร็งแต่บางกรณีอาจพัฒนาเป็นมะเร็ง
- การได้รับเอสโตรเจนโดยไม่มีโปรเจสตินร่วมในคนที่ยังมีมดลูก
- ภาวะอ้วน น้ำหนักเพิ่ม และความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม เช่น เบาหวาน
- การใช้ tamoxifen และประวัติครอบครัวที่อาจสัมพันธ์กับ Lynch syndrome
ดูแลอย่างไรโดยไม่ปรับยาเอง
แจ้งแพทย์ว่ามีมดลูกอยู่หรือไม่ก่อนเริ่มฮอร์โมน และรายงานเลือดออกผิดปกติ ผู้ใช้ tamoxifen ไม่ควรหยุดยารักษามะเร็งเต้านมเอง ควรให้ทีมรักษาชั่งประโยชน์และความเสี่ยงร่วมกัน
การเคลื่อนไหวร่างกายและดูแลโรคประจำตัวเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพโดยรวม หากครอบครัวมีมะเร็งมดลูกหรือลำไส้หลายคน ให้ถามเรื่องประเมินพันธุกรรม ไม่ควรเริ่มฮอร์โมนหรืออาหารเสริมเพื่อป้องกันมะเร็งโดยไม่มีการประเมินจากแพทย์
แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
- Endometrial Cancer Causes, Risk Factors, and Prevention ↗National Cancer Institute (NCI), NIH, สหรัฐอเมริกา • เข้าถึง 2026-10-06
สรุปเรียบเรียงภาษาไทยเพื่อการเรียนรู้; ไม่ใช่การรับรองโดยองค์กรต้นทางหรือแพทย์ของเว็บไซต์
ช่วยให้ข้อมูลดีขึ้น
พบข้อมูลผิดหรือแหล่งอ้างอิงมีปัญหา? แจ้งผู้จัดทำได้ที่นี่ กรุณาไม่ส่งชื่อผู้ป่วย ผลตรวจ หรือข้อมูลส่วนตัว